XAULearn

คลังความรู้ · งานวิจัยวิชาการ

ทำไมเซสชันเอเชียถึงเดินเป็นทิศทาง ส่วนนิวยอร์กถึงเหวี่ยง — งานวิจัยที่แยก "คนเทรดเพราะต้องเทรด" ออกจาก "คนเทรดเพราะรู้อะไร"

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโกเบเทียบทองกับแพลทินัมที่ซื้อขายทับซ้อนกันในโตเกียวและนิวยอร์ก แล้วพบว่าเซสชันโตเกียวถูกครอบงำโดยการซื้อขายเพื่อสภาพคล่อง ส่วนเซสชันนิวยอร์กถูกครอบงำโดยการซื้อขายบนข้อมูล — นี่คือกลไกที่อธิบายว่าทำไมตัวเลขผลตอบแทนรายเซสชันถึงออกมาแบบนั้น และเป็นเหตุผลว่าทำไมกลยุทธ์เดียวกันจึงควรทำงานต่างกันตามช่วงเวลา

เรียบเรียงจากวิดีโอต้นทาง · ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ระดับ สูง 28 หน้า เผยแพร่ 18 สิงหาคม 2560 375 ดาวน์โหลด ต้นฉบับภาษาอังกฤษ

งานวิจัยต้นทาง

“Intraday Seasonality in Efficiency, Liquidity, Volatility and Volume: Platinum and Gold Futures in Tokyo and New York”

โดย Kentaro Iwatsubo · Clinton Watkins · Tao Xu — Kobe University · Akita International University

30th Australasian Finance and Banking Conference 2017 ยังไม่ผ่าน peer review

หน้านี้เป็นบทสรุปและบทวิเคราะห์เป็นภาษาไทยโดย XAULearn ไม่ใช่การแปลหรือทำซ้ำตัวงานวิจัย เราไม่ได้โฮสต์ไฟล์เอกสารและไม่ได้ตรวจสอบตัวเลขซ้ำ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและสำนักพิมพ์ โปรดอ่านฉบับเต็มจากต้นทาง เปิดหน้างานวิจัยที่ SSRN →

DOI 10.2139/ssrn.3021533

สรุป 5 ข้อ

  1. คำถามหลัก: เมื่อแยกชั่วโมงการซื้อขายโลกออกเป็นช่วงโตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ใครเป็นคนเทรดในแต่ละช่วง และเทรดด้วยเหตุผลอะไร
  2. ข้อค้นพบ: การซื้อขายเพื่อสภาพคล่องเด่นกว่าในช่วงโตเกียว ส่วนการซื้อขายบนข้อมูลครอบงำช่วงนิวยอร์ก — และเป็นแบบนี้ทั้งกับทองและแพลทินัม ทั้งในตลาดโตเกียวและนิวยอร์ก
  3. ตลาดโตเกียวโดยรวมถูกครอบงำโดยการซื้อขายเพื่อสภาพคล่อง ขณะที่นิวยอร์กมีหลักฐานของทั้งสองแบบ
  4. สินค้าอ้างอิงตัวเดียวกันบนตลาดต่างกัน มีลักษณะโครงสร้างจุลภาคต่างกัน — โตเกียวเป็นศูนย์กลางที่สำคัญระดับโลกของแพลทินัม แต่ไม่ใช่ของทอง และความต่างนั้นปรากฏในข้อมูล
  5. นัยที่ใช้ได้จริง: คนสองกลุ่มนี้ทิ้งร่องรอยราคาไม่เหมือนกัน — แรงเพื่อสภาพคล่องผลักราคาไปแล้วมักคืนกลับ ส่วนแรงบนข้อมูลผลักแล้วอยู่ กลยุทธ์กลับสู่ค่ากลางกับกลยุทธ์ตามทิศทางจึงไม่ควรได้รับน้ำหนักเท่ากันในทุกช่วงเวลา

เปเปอร์นี้เป็นคู่แฝดของชิ้นก่อนหน้า — ชิ้นนั้นบอกว่า อะไรเกิดขึ้น (เซสชันเอเชียสร้างผลตอบแทนส่วนใหญ่ ส่วนสหรัฐผันผวนแต่กินคืน) ชิ้นนี้บอกว่า ทำไม และตามกฎที่เราตั้งไว้ ตัว “ทำไม” คือส่วนที่มีค่ากว่า เพราะมันคือสิ่งที่บอกว่าเมื่อไรรูปแบบจะหายไป

ที่น่าสนใจคือสองชิ้นนี้ห่างกันเก้าปี ใช้ข้อมูลคนละชุด คนละสินค้า และคนละวิธี แต่ชี้ไปทางเดียวกัน

1. วิธีที่ฉลาดของเปเปอร์นี้

แทนที่จะดูทองอย่างเดียว ผู้เขียนเลือกเทียบ ทองกับแพลทินัม ซึ่งซื้อขายในช่วงเวลาที่ทับซ้อนกันทั้งในโตเกียวและนิวยอร์ก เหตุผลของการเลือกคู่นี้คือ โตเกียวเป็นศูนย์กลางการซื้อขายที่สำคัญระดับโลกของแพลทินัม แต่ไม่ใช่ของทอง

นั่นทำให้เกิดการเปรียบเทียบที่เกือบเป็นการทดลอง: ถ้ารูปแบบภายในวันเกิดจากตัวโลหะ ทองกับแพลทินัมควรต่างกัน แต่ถ้าเกิดจากช่วงเวลาและใครอยู่ในตลาดตอนนั้น ทั้งสองควรเหมือนกันในช่วงเวลาเดียวกัน

2. ข้อค้นพบ

ระดับตลาด — ทั้งทองและแพลทินัมในตลาดโตเกียวถูกครอบงำโดย การซื้อขายเพื่อสภาพคล่อง ส่วนในนิวยอร์กพบหลักฐานของทั้งการซื้อขายเพื่อสภาพคล่องและ การซื้อขายบนข้อมูล

ระดับเซสชัน — เมื่อแยกชั่วโมงการซื้อขายโลกออกเป็นช่วงกลางวันของโตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ผลชัดขึ้นอีก: การซื้อขายเพื่อสภาพคล่องแพร่หลายกว่าในช่วงโตเกียว ขณะที่ การซื้อขายบนข้อมูลครอบงำช่วงนิวยอร์ก และเป็นแบบนี้กับโลหะทั้งสองชนิด ในตลาดทั้งสองแห่ง

ข้อสรุปของผู้เขียน: ตลาดฟิวเจอร์สของสินค้าอ้างอิงตัวเดียวกันบนตลาดคนละแห่งมีลักษณะโครงสร้างจุลภาคที่ต่างกัน และ ผู้เล่นทั้งสองประเภทเลือกได้ว่าจะเข้ามาเทรดตอนไหน โดยเลือกจากลักษณะของตลาดในแต่ละเขตเวลา

3. ทำไมเรื่องนี้ถึงเปลี่ยนวิธีอ่านกราฟ

คำสองคำนี้ต้องแยกให้ขาด เพราะมันคือแก่นของเปเปอร์

การซื้อขายเพื่อสภาพคล่อง คือคนที่เทรดเพราะต้องเทรด — ต้องปรับพอร์ต ต้องป้องกันความเสี่ยง ต้องลงเงินที่เพิ่งได้มา ต้องปิดสถานะก่อนสิ้นงวด คนกลุ่มนี้ไม่ได้ถือข้อมูลใหม่เกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริง เขาแค่ต้องการทำธุรกรรมให้เสร็จ

การซื้อขายบนข้อมูล คือคนที่เทรดเพราะคิดว่ารู้อะไรบางอย่างที่ราคายังไม่สะท้อน

ทั้งสองกลุ่มผลักราคาเหมือนกัน แต่ ทิ้งร่องรอยไว้คนละแบบ

แรงเพื่อสภาพคล่องแรงบนข้อมูล
ราคาหลังการผลักมักคืนกลับ เพราะไม่มีข้อมูลใหม่มารองรับระดับใหม่มักอยู่ เพราะระดับใหม่คือมูลค่าใหม่
สิ่งที่ควรทำรับสวนที่ระดับที่มีของตามไป อย่าสวน
หน้าตาบนกราฟเหวี่ยงแล้วกลับ ปริมาณอาจสูงแต่ไม่กินระดับทะลุระดับแล้วยึดไว้ได้

นี่คือคำอธิบายที่หายไปของตัวเลขในเปเปอร์ก่อน ถ้าชั่วโมงนิวยอร์กเป็นชั่วโมงของการซื้อขายบนข้อมูล มันจึงเหวี่ยงแรง — เพราะข้อมูลกำลังถูกต่อรอง แต่การต่อรองนั้นเป็นสองทาง จึงจบลงโดยไม่ทิ้งทิศทางสะสมไว้ ส่วนเซสชันเอเชียที่เป็นแรงสะสมต่อเนื่องแบบไม่รีบ กลับสร้างการเคลื่อนไหวที่เดินไปทางเดียว

4. อ่านอย่างระแวง

4.1 เป็นเปเปอร์การประชุม ไม่ใช่วารสารที่ผ่าน peer review และเผยแพร่ปี 2017 ก่อนระบอบการสะสมทองของธนาคารกลางหลังปี 2022 ที่เปเปอร์อีกชิ้นพูดถึง โครงสร้างผู้เล่นอาจเปลี่ยนไปแล้ว

4.2 ศึกษา ฟิวเจอร์ส ไม่ใช่ spot ส่วนที่เราเทรดคือ XAU/USD spot บทคัดย่อไม่ได้บอกว่าข้อสรุปโอนมาที่ตลาด spot ได้ทั้งหมดหรือไม่ อย่างไรก็ตามงานอีกชิ้นในคลังนี้ชี้ว่าสองตลาดนี้ผูกกันแน่นและฟิวเจอร์สนิวยอร์กเป็นฝ่ายนำในการค้นหาราคา ซึ่งทำให้การโอนข้อสรุปมีเหตุผลรองรับพอสมควร

4.3 “การซื้อขายบนข้อมูล” เป็นสิ่งที่วัดทางอ้อม ไม่มีใครเห็นเจตนาของผู้ส่งคำสั่ง งานประเภทนี้อนุมานจากแบบจำลองโครงสร้างจุลภาค การอนุมานนั้นขึ้นกับสมมติฐานของแบบจำลอง

4.4 นี่ไม่ใช่กลยุทธ์และไม่มีผลตอบแทนให้ดู เปเปอร์นี้อธิบายตลาด ไม่ได้เสนอวิธีทำเงิน — ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่มันน่าเชื่อถือกว่าเปเปอร์ที่มาพร้อมเส้นทุนสวยๆ

5. ใช้กับสแต็กของเรายังไง

5.1 มันให้เหตุผลกับกฎที่เรามีอยู่แล้ว เราสอนมาตลอดว่า ระบอบเป็นตัวตัดสินว่าจะสวนหรือจะตาม และเราจ่ายค่าเล่าเรียนไปแล้วกับการสวนเทรนด์ผิดจังหวะ เปเปอร์นี้เพิ่มมิติของเวลาเข้าไปในกฎนั้น: ไม่ใช่แค่ “ระบอบตอนนี้คืออะไร” แต่ยังรวมถึง “ตอนนี้ใครอยู่ในตลาด”

5.2 มันเป็นสมมติฐานที่ทดสอบได้ด้วยข้อมูลที่เรามี ถ้าข้อสรุปถูก สัญญาณกลับสู่ค่ากลางของเราควรมีค่าคาดหวังดีกว่าในเซสชันเอเชีย และแย่กว่าในเซสชันนิวยอร์ก ส่วนสัญญาณตามการทะลุควรกลับกัน นี่คือการทดสอบที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องแตะพารามิเตอร์อะไรเลย แค่แยกสถิติของสัญญาณที่เก็บไว้แล้วออกตามช่วงเวลา

5.3 มันเตือนเรื่องหนึ่งที่เราเกือบพลาด — ความผันผวนสูงไม่ได้แปลว่าโอกาสดี ชั่วโมงนิวยอร์กเป็นชั่วโมงที่กราฟดูน่าเทรดที่สุด แท่งใหญ่ที่สุด และตามสองเปเปอร์นี้รวมกัน มันก็เป็นชั่วโมงที่ผลตอบแทนสะสมแย่ที่สุดด้วย

6. เมื่อไรกลไกนี้จะตาย

กลไกนี้ตั้งอยู่บนสองอย่าง — การกระจายตัวของผู้เล่นตามเขตเวลา และ การที่ข่าวสำคัญของทองส่วนใหญ่ออกในเวลาสหรัฐ ถ้าวันหนึ่งข้อมูลเศรษฐกิจที่ขับทองย้ายไปออกในเวลาอื่น หรือการซื้อขายอัตโนมัติทำให้ทุกเซสชันมีองค์ประกอบผู้เล่นเหมือนกันหมด ความแตกต่างระหว่างเซสชันก็จะจางลง

จนกว่าจะถึงตอนนั้น การรู้ว่าตอนนี้ใครน่าจะอยู่ฝั่งตรงข้ามคำสั่งของเรา คือข้อมูลที่ฟรีและอยู่บนนาฬิกา

7. ตั้งคำถามกับเปเปอร์นี้ — และคำตอบว่าทำไม

ทำไมการเทียบทองกับแพลทินัมถึงเป็น “การทดลอง” ไม่ใช่แค่การเปรียบเทียบ — เพราะสองโลหะซื้อขายในชั่วโมงเดียวกันบนตลาดเดียวกัน แต่โตเกียวเป็นศูนย์กลางของแพลทินัมเท่านั้น · ถ้ารูปแบบภายในวันตามโลหะ ทั้งสองต้องต่าง · ถ้าตามเวลา ทั้งสองต้องเหมือน · ผลออกมาเหมือน → รูปแบบเป็นของเวลาและผู้เล่น ไม่ใช่ของสินค้า · นี่คือการควบคุมตัวแปรโดยธรรมชาติ ซึ่งงานส่วนใหญ่ในคลังนี้ไม่มี

ทำไม “การซื้อขายเพื่อสภาพคล่อง” ถึงสร้างทิศทางได้ ทั้งที่ไม่มีข้อมูลใหม่ — เพราะสภาพคล่องไหลทางเดียวเป็นเวลานาน (สะสมทองสำรอง · ปรับพอร์ตสิ้นเดือน) โดยไม่มีใครต่อรองราคา · ทิศทางเกิดจากความไม่สมดุลของแรงที่ไม่อ่อนไหวต่อราคา ไม่ใช่จากข้อมูล · และมันจะคืนกลับเมื่อผู้เล่นที่มีข้อมูลเข้ามาตีราคาใหม่ในชั่วโมงสหรัฐ

ทำไมข้อสรุปเรื่องฟิวเจอร์สถึงย้ายมาสปอตได้พอสมควร — เพราะ Hauptfleisch ชี้ว่าฟิวเจอร์สนิวยอร์กนำการค้นหาราคาและสองตลาดผูกกันแน่น · แต่ “ผูกกัน” ไม่ใช่ “เหมือนกัน” — และเราพบเองว่า EFP ระหว่างสองตลาดมีสิ่งประดิษฐ์จากเวลาปิดที่ต่างกัน

8. ที่มาของเนื้อหา — ใครพูด และมีอะไรจะขาย

ใครเขียนKentaro Iwatsubo · Clinton Watkins · Tao Xu — นักวิชาการ (Kobe / Tokyo) · เปเปอร์การประชุม AFBC 2017 ไม่ผ่าน peer review วารสาร
ทำอะไรวัดฤดูกาลภายในวันของประสิทธิภาพ สภาพคล่อง ความผันผวน และปริมาณ แยกตามเซสชันโตเกียว/ลอนดอน/นิวยอร์ก
ที่ไหนฟิวเจอร์สทองและแพลทินัมบน TOCOM และ COMEX · ข้อมูลก่อน 2017
อย่างไรแบบจำลองโครงสร้างจุลภาคที่อนุมาน “การซื้อขายบนข้อมูล vs เพื่อสภาพคล่อง” จากพฤติกรรมราคา/ปริมาณ (วัดทางอ้อม)
หลักฐานตารางสถิติรายชั่วโมง · การเปรียบเทียบข้ามโลหะและข้ามตลาด · ไม่มีกลยุทธ์
แรงจูงใจวิชาการล้วน — ไม่มีเส้นทุนให้ขาย ซึ่งทำให้เชื่อได้มากกว่า

9. ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร — ถอดเหตุการณ์ในตลาดจากบทเรียนนี้

เปเปอร์นี้ใช้การเทียบทองกับแพลทินัมเพื่อพิสูจน์ว่ารูปแบบภายในวันเป็นของผู้เล่นและเวลา ไม่ใช่ของสินค้า

ใครทำอะไร — และถูกบังคับด้วยอะไรที่ไหน (เวลา)อย่างไร (กลไก)
ผู้ซื้อขายเพื่อสภาพคล่องต้องทำธุรกรรมด้วยเหตุผลของตัวเอง (สะสมสำรอง · ปรับพอร์ตสิ้นเดือน) · ไม่ได้ซื้อเพราะคิดว่าราคาจะขึ้นชั่วโมงโตเกียวแรงไหลทางเดียวนาน ๆ โดยไม่มีใครต่อรอง → ทิศเกิดจากความไม่สมดุลของแรงที่ไม่อ่อนไหวต่อราคา ไม่ใช่จากข้อมูล
ผู้ซื้อขายบนข้อมูลตีราคาใหม่เมื่อมีข้อมูลใหม่ชั่วโมงสหรัฐตีความสองทางพร้อมกัน → เหวี่ยง · และคืนสิ่งที่แรงเพื่อสภาพคล่องดันไว้
แพลทินัม (กลุ่มควบคุมตามธรรมชาติ)ซื้อขายชั่วโมงเดียวกัน ตลาดเดียวกัน แต่โตเกียวเป็นศูนย์กลางของมันเดียวกันถ้ารูปแบบตามโลหะ ต้องต่าง · ผลออกมาเหมือน → รูปแบบเป็นของเวลาและผู้เล่น

อ่านเป็นประโยคเดียว — ชั่วโมงที่มีคนต้องซื้อ ราคาจะเลื่อน · ชั่วโมงที่มีคนคิดว่าควรซื้อ ราคาจะเหวี่ยง · และการเหวี่ยงนั้นมักคืนกลับ

แล้วบนทองคำ ใครอยู่ตรงนั้นบ้าง

  • ยืนยันด้วยข้อมูลของเรา — เซสชันเอเชียมีทิศ +1.29 bp · นิวยอร์กบ่ายติดลบ −0.58 ตรงกับกลไกทั้งสองข้อ
  • “แรงเพื่อสภาพคล่องมักคืนกลับ” = การยึดกลับ ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่ผลของเรายืนยันซ้ำ ๆ (ส่วนเกินเหนือกลุ่มควบคุมจับคู่ที่ PDH/PDL +0.44 ถึง +1.03 bp · z 0.5–2.1 ไม่ผ่านเกณฑ์ · ที่กล่องเอเชีย ≈ 0 — งานภายใน S31)
  • การทดสอบที่ยังค้างจากหน้านี้: แยก R ของกฎยึดกลับตามเซสชัน — ถ้าเปเปอร์ถูก ยึดกลับต้องดีกว่าในเอเชีย · ทำได้ด้วยข้อมูลที่มี
  • ⚠ ระวังการอ่านกลับด้าน — ชั่วโมงที่กราฟดูน่าเทรดที่สุด (สหรัฐ) คือชั่วโมงที่ผลตอบแทนแย่ที่สุด

10. การวิเคราะห์ — สิ่งที่เราวัดแล้ว (งานข้อ 5.2)

  • “MR ดีกว่าในเอเชีย · เทรนด์ดีกว่าในนิวยอร์ก” ยังไม่ยืนยัน — เราทดสอบตัวกรองเวลา “หลัง 08:30 NY” กับกฎสวน (MR ตามบริบท) และกฎตาม (ตามเทรนด์ที่ VWAP): ผลไม่ต่างจากทั้งช่วงในทั้งสองกรณี · ทั้งนี้ทั้งสองกฎไม่มีขอบตั้งแต่ต้น จึงยังไม่ใช่การทดสอบสมมติฐานนี้ตรง ๆ
  • ผลตอบแทนตามเซสชัน — หน้าต่างเวลา: เอเชีย +1.29 bp/วัน นิวยอร์กบ่าย −0.58 (t 1.47 / −0.76) · ทิศตรงกับกลไกของเปเปอร์ ขนาดเล็ก
  • “ยึดกลับ” มีทิศ “ระดับ” ไม่มี (งานภายใน S31) — เข้ากับภาพ “แรงเพื่อสภาพคล่องมักคืนกลับ”: การกวาดที่ PDH/PDL แล้วยึดกลับ ให้ส่วนเกินเหนือกลุ่มควบคุมจับคู่ +0.44 ถึง +1.03 bp (z 0.48–2.07 ยังไม่ผ่านเกณฑ์) ส่วนที่ ขอบกล่องเอเชีย ≈ 0 · และตำแหน่งของระดับที่ถูกกวาดไม่มีข้อมูลเหนือเส้นปลอม

11. นำไปใช้กับ XAUUSD

  • “ตอนนี้ใครอยู่ในตลาด” เป็นข้อมูลฟรีบนนาฬิกา — ยังเป็นข้อที่ถูก และตอนนี้เรามีกลไกยึดกลับที่วัดได้เป็นตัวแทนของ “แรงเพื่อสภาพคล่องที่คืนกลับ”
  • ระวังการอ่านกลับด้าน: ความผันผวนสูงของชั่วโมงสหรัฐไม่ใช่โอกาส — วัดแล้วผลตอบแทนติดลบเล็กน้อยและไม่มีทิศ · กราฟที่ดูน่าเทรดที่สุดคือชั่วโมงที่แย่ที่สุด
  • การทดสอบตรงที่ยังค้าง: แยก R ของกฎยึดกลับ (ไม่ใช่กฎระดับ) ตามเซสชัน — ถ้าเปเปอร์ถูก ยึดกลับต้องดีกว่าในเอเชีย

12. สรุป

เปเปอร์นี้ให้ “ทำไม” ที่ดีที่สุดของหมวดเซสชัน (ใครอยู่ในตลาดตอนไหน) และเป็นงานที่ไม่มีอะไรจะขาย · ข้อมูลของเรารับรองทิศ (เอเชียมีทิศ สหรัฐเหวี่ยง) แต่ยังไม่ยืนยันว่ากฎเทรดคนละแบบให้ผลคนละเซสชัน — เพราะกฎที่เราลองยังไม่มีขอบให้แยก

หัวข้อในคลิป

โครงสร้างจุลภาคของตลาดliquidity trading vs informed tradingฤดูกาลภายในวันเซสชันโตเกียว ลอนดอน นิวยอร์กประสิทธิภาพเชิงข้อมูลทองคำและแพลทินัม