XAULearn

งานวิจัย · แก้ไขข้อสรุปเดิม

DeskTrend — สัญญาณ
หรือการคุมความเสี่ยง กันแน่ที่ทำเงิน

DeskTrend_H4 ผ่าน walk-forward 13.7 ปีด้วย OOS PF 1.39 และเป็นระบบเดียวในโปรแกรมที่รอด · แต่ PF วัดเทียบกับศูนย์ และศูนย์ไม่ใช่เกณฑ์ · หน้านี้เทียบมันกับสิ่งที่ควรเทียบตั้งแต่แรก คือการถือทองเฉย ๆ ที่คุมความเสี่ยงด้วยสูตรเดียวกัน — และมันแพ้

สัญญาณแพ้การถือยาว 290 ไม้จริง 2013-02 → 2026-09 H4 · long-only รัน 8 ก.ย. 2026
สัญญาณเทียบถือยาว−2,602$A − B หลังนับค่าถือ · เลขเดิม −3,464$ ไม่ได้นับ
อยู่ในตลาด21.5%ของเวลา · เก็บการเคลื่อนไหวได้ 73%
วิธีเข้ากินไปเท่าไร62%ของสิ่งที่การเลือกจังหวะหามาได้
ปีที่ทองลง+1,643$ระบบดีกว่าการถือยาว — นี่คือของจริง
ปีที่ทองขึ้น−7,808$ระบบแย่กว่าการถือยาว
แก้ทางเข้าแล้วผ่านไหม0 / 12ไม่มีชุดไหนชนะเกณฑ์

⚑ แก้ไข 9 ก.ย. 2026 — ตัวเลขเดิมวัดไม่ครบ

การเปรียบเทียบชุดแรก ไม่มีค่าถือข้ามคืน (swap) อยู่ในสมการเลย และค่าถือตกไม่เท่ากันอย่างรุนแรง เพราะเกณฑ์เปรียบเทียบอยู่ในตลาด 100% ของ 4,959 วัน ส่วนระบบอยู่แค่ 21.5% — ระบบที่อยู่นอกตลาดสามในสี่ของเวลา จึงได้เปรียบเชิงต้นทุนอย่างเป็นระบบ บนบัญชีที่คิดค่าถือ และเราไม่เคยนับข้อนี้ให้มันเลย

ฉากทัศน์ค่าถือA ระบบB ถือยาวA − B
ไม่คิดค่าถือ (ตัวเลขที่เผยแพร่ครั้งแรก) 1,110$4,574$ −3,464$
ครึ่งหนึ่งของตัวแทน963$ 3,996$−3,033$
ตัวแทนดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ816$ 3,418$−2,602$
1.5 เท่าของตัวแทน669$ 2,840$−2,170$

⚑ แก้ไขเพิ่ม 9 ก.ย. 2026 — “เกณฑ์” มีสองนิยาม และเราเผยแพร่ไปนิยามเดียว

ตอนสร้างเครื่องมือตรวจ EA ให้ลูกค้า เราต้องนิยามคำว่า “เกณฑ์” ให้ชัด แล้วพบว่ามันมีสองนิยามที่ถูกต้องทั้งคู่ และให้คำตอบคนละทาง · ตัวเลขทั้งหมดข้างบนใช้นิยามเดียว และเราไม่ได้บอกว่ามีอีกนิยาม

นิยามของ “เกณฑ์”ถามว่าอะไรผลของ DeskTrend
ขนาดเท่ากัน อยู่ในตลาดตลอด
(ที่ใช้ในตารางข้างบน)
ถ้าใช้กฎขนาดเดียวกันแต่ไม่เคยออกจากตลาด จะได้เท่าไร แพ้ 2,602$
ความเสี่ยงเท่ากัน
(สเกลให้ความผันผวนของเส้นทุนรายวันเท่ากัน)
ถ้ารับความเสี่ยงเท่ากัน จะได้เท่าไร — ตัดเรื่องเวลาที่อยู่ในตลาดออก เสมอ (+5$) · แต่ดรอว์ดาวน์ดีกว่าครึ่ง

สาเหตุที่ต่างกันมากคือระบบอยู่ในตลาดแค่ 21.5% ของเวลา · นิยามแรกลงโทษระบบที่แบนอยู่เป็นส่วนใหญ่ นิยามที่สองไม่ลงโทษ

ทั้งคู่ถูกต้อง และการเลือกนิยามเดียวแล้วไม่บอกว่ามีอีกนิยาม คือการเลือกคำตอบ ไม่ใช่การวัด — เราทำแบบนั้นไปแล้วในฉบับก่อน และนี่คือการแก้ · ตั้งแต่นี้ไป รายงานตรวจทุกฉบับที่เราส่งให้ลูกค้า จะแสดงทั้งสองนิยามเสมอ

⚑ และข้อสรุปหลักไม่เปลี่ยน: สิ่งที่ระบบทำได้จริงคือลดความเสียหาย ไม่ใช่สร้างผลตอบแทน · นิยามที่สองยืนยันข้อนี้ชัดขึ้นด้วยซ้ำ — ผลตอบแทนเสมอกัน แต่ดรอว์ดาวน์ต่ำกว่าครึ่ง

ค่าถือที่เกณฑ์เปรียบเทียบต้องจ่ายแต่ระบบไม่ต้อง = 862$ คือ 25% ของช่องว่างเดิม · การละเว้นมีจริงและใหญ่พอควร — แต่ไม่พลิกข้อสรุป สัญญาณยังแพ้อยู่ 2,602$

⚑ เพิ่ม 11 ก.ย. 2026 — ถ้าบัญชีไม่ถูกคิดค่าถือเลย · Exness ให้สถานะ swap-free ตามพฤติกรรมการเทรด และ XAUUSD อยู่ในรายชื่อ บัญชีที่ใช้เทรดจริงของเจ้าของชาร์ตไม่ถูกคิด swap เลยตลอด 180 วัน · รันการเปรียบเทียบแบบปรับความเสี่ยงเท่ากันใหม่โดยตั้งค่าถือเป็นศูนย์ (ไม่มีการเลือกค่าใหม่): DeskTrend CAGR 2.47% → 3.43% · Sharpe 0.14 → 0.20 · ถือทองที่ความเสี่ยงเท่ากันไม่มีค่าถือ Sharpe 0.46 · ETF 0.44 · ค่าถือที่ระบบจ่ายจริงตลอด 13.7 ปีแค่ 368$ บนทุน 2,000$ — ต้นเหตุที่แพ้ไม่ใช่ค่าถือ · ⚠ การถือ CFD ข้ามคืนตลอดเวลาคือพฤติกรรมที่ทำให้เสียสถานะ swap-free ฉากทัศน์ “ถือยาวไม่มีค่าถือ” จึงเกิดขึ้นจริงไม่ได้ · โค้ด s38_desktrend_swapfree.py

พอร์ต · ทุน 2,000$ · 2013-02 → 2026-09CAGRSharpeDD สูงสุดCalmar
A0 · DeskTrend จ่ายค่าถือ2.47%0.1433.3%0.07
A1 · DeskTrend ไม่มีค่าถือ3.43%0.2029.9%0.11
D0 · ถือทอง CFD ความเสี่ยงเท่า A0 · จ่ายค่าถือ5.37%0.3042.4%0.13
D1 · ถือทอง CFD ความเสี่ยงเท่า A1 · ไม่มีค่าถือ ⚠7.80%0.4639.3%0.20
C · ถือทองแบบ ETF7.01%0.4438.2%0.18
E · เงินสด1.87%—0%—

อ่านเป็นคู่ในฉากทัศน์ค่าถือเดียวกันเท่านั้น — A0 เทียบ D0 · A1 เทียบ D1 · ห้ามไขว้คู่ · ⚠ D1 เกิดจริงไม่ได้ด้วยเหตุผลข้างบน · ผลดิบ Edge/reports/S38_desktrend_swapfree.json

⚑ และคอลัมน์ที่สำคัญกว่าอยู่ตรงอื่น — เมื่อวัดด้วย ผลตอบแทนต่อดรอว์ดาวน์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เราตกลงกันว่าถูก:

พอร์ตสุทธิDD สูงสุดสุทธิ ÷ DD
B · ถือยาว + ปรับขนาดตามความผันผวน3,418$ 1,749$1.95
D · ถือยาว ขนาดคงที่5,435$ 4,027$1.35
A · ระบบเต็ม816$ 1,027$0.79
C · สัญญาณ ขนาดคงที่495$ 2,990$0.17

การปรับขนาดตามความผันผวนทำให้ผลตอบแทน/DD ของการถือทองดีขึ้นจาก 1.35 เป็น 1.95 (+44%) — มันลดกำไรลง 2,017$ แต่ลดดรอว์ดาวน์มากกว่านั้น · นั่นคือสิ่งที่ระบบนี้ทำได้จริง และเป็นสมมติฐานถัดไปที่กำลังทดสอบแยกต่างหาก

⚠ ยังสรุปไม่ได้จากตารางนี้ เพราะขนาดล็อตของ B มาจากตารางที่ DeskTrend เลือกตามจังหวะสัญญาณของมันเอง ไม่ใช่การปรับขนาดด้วยความผันผวนล้วน ๆ · การทดสอบที่สะอาดต้องถือทองต่อเนื่องโดยไม่มีสัญญาณเลย
⚠ ค่าถือย้อนหลังเราไม่มีข้อมูลจริง ใช้ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐเป็นตัวแทน โดยยึดปี 2026 กับค่าที่วัดได้จากบัญชีจริง 4.17%/ปี — จึงรันสี่ฉากทัศน์ แทนที่จะใช้ค่าเดียว · โค้ด desktrend_attribution_carry.py

1 · คำถามนี้ไม่ใช่ของเรา

มันมาจากสองเปเปอร์ที่อยู่ในคลังความรู้อยู่แล้ว และเราค้างการทดสอบนี้ไว้นาน

ที่มาข้อค้นพบ
Kim, Tse & Wald
J. Financial Markets
อัลฟ่าของ time-series momentum ถูกขับด้วย volatility scaling ไม่ใช่ตัวสัญญาณ · ถอด scaling ออกแล้ว TSMOM ≈ buy-and-hold
Quan, Zhong & Jiang
XAU/USD · 1,571 เทรด
จุดเข้าคือแหล่งอัลฟ่าเดียว · regime-conditional sizing คือ leverage แฝง ไม่ชนะ constant-risk

ถ้าสองข้อนี้จริงกับระบบของเราด้วย แปลว่าสิ่งที่เราสร้างคือ เครื่องบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่เครื่องหาสัญญาณ — และการต่อ EA ตัวใหม่บนฐานนั้นคือการต่อเติมบนทราย

2 · สี่พอร์ต ข้อมูลชุดเดียวกัน ต้นทุนสูตรเดียวกัน

พอร์ตสุทธิPFDD สูงสุดชนะผลตอบแทน ÷ DD
A · ระบบเต็ม (สัญญาณ + ปรับขนาด) +1,110$ 1.15 1,010$ 36% 1.10
C · สัญญาณเดิม ขนาดคงที่ +933$ 1.08 2,940$ 36% 0.32
B · ถือยาว + ปรับขนาดชุดเดียวกัน +4,574$ 1.41 1,737$ 56% 2.63
D · ถือยาว ขนาดคงที่ +7,275$ 1.45 3,724$ 55% 1.95

B ชนะ A ทุกตัวชี้วัด — สุทธิ 4.1 เท่า · PF 1.41 ต่อ 1.15 · ผลตอบแทนต่อ DD 2.63 ต่อ 1.10 · A ชนะแค่ค่า DD ดิบ เพราะมันอยู่ในตลาดน้อยกว่ามาก

⚑ บั๊กที่เจอในโค้ดทดสอบของเราเอง — รุ่นแรกใช้ราคาฟิลเป็นปลายซ้ายของแต่ละช่วง แต่ใช้ราคาปิดแท่งเป็นปลายขวา อนุกรมจึงไม่ต่อกัน และมันประเมินการถือยาวต่ำไป 3,722$ ซึ่งเข้าข้างระบบของเราเอง · แก้แล้วและใส่ assertion ตรวจผลรวมแบบยืดหดไว้กันซ้ำ

3 · แล้วมันเสียไปตรงไหน — บัญชีที่กระทบยอดครบ

ตัวเลขข้างบนบอกว่าแพ้ แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร · แยกทีละบรรทัดที่ขนาดล็อตคงที่:

ตลาดเดินระหว่างที่ถือไม้อยู่ +6,045
ราคาเข้าแพงกว่าราคาอ้างอิง 4.31$/ออนซ์ −3,748
ราคาออกถูกกว่าราคาอ้างอิง 0.39$/ออนซ์ −339
= เก็บได้จริงก่อนต้นทุน +1,948
ต้นทุน 290 ไม้ −1,015
= สุทธิ +933

การเลือกจังหวะดีจริง — ระบบอยู่ในตลาดแค่ 21.5% ของเวลา แต่เก็บการเคลื่อนไหวของตลาดได้ 6,045$ จาก 8,290$ คือ 73%

แต่วิธีเข้าแบบเบรกเอาต์คืนของนั้นไป 62% — ราคาเข้าจริงแพงกว่า ราคาอ้างอิงเฉลี่ย 4.31$/ออนซ์ ทุกไม้ เพราะการซื้อตอนทะลุคือการซื้อเหนือราคาก่อนหน้าโดยนิยาม

4 · เปลี่ยนเป็นตั้งลิมิตรอรับ แล้วก็ยังไม่ผ่าน

ถ้าปัญหาคือเข้าแพง ทางแก้ที่ตรงที่สุดคือตั้งลิมิตต่ำกว่าจุดทะลุ · ทดสอบ 12 ชุดที่ประกาศไว้ล่วงหน้า (ลิมิตต่ำกว่า 0.10–0.75 เท่าของ ATR × รอฟิล 1–3 แท่ง) โดยใช้จุดออกเดิมทุกไม้

ชุดที่ดีที่สุดค่า
k = 0.75 × ATR · รอ 1 แท่ง+1,896$ · ฟิล 37%
ดีขึ้นจากระบบเดิม (C = 933$)+963$
เทียบเกณฑ์จริง (B = 4,574$)−2,678$
ชุดที่ชนะเกณฑ์0 จาก 12
ในกลุ่มและนอกกลุ่มเป็นบวกทั้งคู่1 จาก 12
กำไรเฉลี่ยของไม้ที่ไม่ได้ฟิล+13.87$

แถวสุดท้ายคือคำอธิบาย — ไม้ที่ราคาไม่ย้อนกลับมาให้ฟิล คือไม้ที่ดี · เงิน 3,748$ ที่จ่ายไปกับการเข้าแพง ไม่ใช่เงินที่วางอยู่เฉย ๆ ให้เก็บ มันคือค่าเข้าร่วม

ตามกฎที่ประกาศไว้ก่อนรัน: ไม่ผ่านแล้วหยุด ไม่ขยายกริด ไม่เปลี่ยนตัวออก

5 · แล้วระบบมีค่าตรงไหน — แยกตามระบอบ

ปีระบบถือยาวระบบดีกว่า
ปีที่ทองลง 5 −609$ −2,252$ +1,643$
ปีที่ทองขึ้น 9 +1,719$ +9,527$ −7,808$

ในปีที่ทองลง ระบบขาดทุนแค่ 27% ของที่การถือยาวขาดทุน · ในปีที่ทองขึ้น มันเก็บได้แค่ 18% ของที่การถือยาวได้

นี่คือคำจำกัดความของเครื่องป้องกันขาลง ไม่ใช่เครื่องสร้างผลตอบแทน — ตรงกับที่ Kim, Tse & Wald เขียนไว้ และตอนนี้เราวัดได้บนระบบของเราเอง

6 · ถ้ามันเก่งเรื่องลดความเสี่ยง ก็ควรใช้มันลดความเสี่ยง

การแปลงทักษะนั้นเป็น “ออกให้หมด” คือสิ่งที่ทำให้เสีย 7,808$ ในปีที่ทองขึ้น · ถ้าใช้สัญญาณลดน้ำหนักแทนสลับเปิดปิด จะเป็นอย่างไร

พอร์ตสุทธิPFDDผลตอบแทน ÷ DD
A · ออกให้หมดตอนสัญญาณดับ +1,110$ 1.15 1,010$ 1.10
D · ถือยาวตลอด +7,275$ 1.45 3,724$ 1.95
E · ลดเหลือ 25% ตอนสัญญาณดับ +5,591$ 1.64 2,184$ 2.56
E · ลดเหลือ 50% +6,153$ 1.57 2,673$ 2.30
E · ลดเหลือ 75% +6,714$ 1.50 3,199$ 2.10

⚠ สมมติฐานนี้ได้มาจากข้อมูลชุดเดียวกับที่ใช้ทดสอบ — มันคือการสำรวจ ไม่ใช่การยืนยัน และตัวเลขจะดีเกินจริงเสมอในกรณีแบบนี้ · ต้องผ่านข้อมูลอิสระก่อนจึงจะให้น้ำหนักได้

แต่ข้อสรุปเชิงโครงสร้างไม่ได้ขึ้นกับค่าพารามิเตอร์: ทักษะของระบบคือการลดการมีส่วนร่วมในช่วงที่ไม่ดี และการแปลงมันเป็นการออกทั้งหมดคือการทิ้งขาขึ้นไปฟรี ๆ

7 · ข้อจำกัดที่ต้องอ่านคู่กับทุกตัวเลขข้างบน

  1. ทองขึ้น 164% ในช่วงที่ทดสอบ (1,683 → 4,436) · การเทียบระบบ long-only กับการถือยาวในตลาดกระทิงยาวขนาดนี้ คือการเทียบกับเกณฑ์ที่แข็งมาก · แต่มันคือเกณฑ์ที่ถูกต้อง ถ้าเอาชนะการถือเฉย ๆ ไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลจะเทรดมัน
  2. เราไม่มีข้อมูลว่าระบบทำอย่างไรในตลาดหมีที่ยาวจริง ๆ · ปีที่ทองลงในตัวอย่างมีแค่ 5 ปี และส่วนใหญ่ลงไม่ลึก
  3. การทดสอบทางเข้าใช้จุดออกเดิมทุกไม้ ซึ่งเป็นการประมาณ · ในระบบจริง Chandelier ยึดกับจุดสูงสุดที่ทำได้ ไม่ใช่จุดเข้า การเข้าถูกลงจึงแทบไม่ขยับจุดออก แต่มันไม่เป๊ะ และผลจะดีกว่าความจริงเล็กน้อยเสมอ
  4. ไม่ได้คิดต้นทุนโอกาสของเงินที่ว่างอยู่ 78% ของเวลา · ถ้าเงินก้อนนั้นทำอย่างอื่นได้ ภาพจะเปลี่ยน
  5. หน้านี้ไม่ได้บอกว่า DeskTrend ไร้ค่า — มันบอกว่าค่าของมันคือ การลดความเสียหาย ไม่ใช่ การสร้างผลตอบแทน และเราเคยเข้าใจผิดว่าเป็นอย่างหลัง

สรุปและสิ่งที่จะเปลี่ยน

  1. เกณฑ์เปรียบเทียบเปลี่ยนถาวร — ทุกระบบ long-only บนทอง ต้องเทียบกับการถือยาวที่คุมความเสี่ยงด้วยสูตรเดียวกัน ไม่ใช่เทียบกับศูนย์ · PF 1.39 ที่เราเคยภูมิใจ วัดกับเกณฑ์ที่ไม่ใช่เกณฑ์
  2. ไม่เอา DeskTrend ไป FTMO — กติกาพร็อพให้รางวัลกับ การทำกำไรถึงเป้าในเวลาจำกัด แต่ทักษะที่ระบบนี้พิสูจน์ได้คือ การไม่ขาดทุน · มันจะผ่านด่านความเสี่ยงสบาย ๆ แล้วไปตายที่เป้ากำไร
  3. ทิศทาง EA ตัวถัดไปเปลี่ยนจาก “หาสัญญาณใหม่” เป็น “ใช้สัญญาณเดิมเป็นตัวปรับน้ำหนัก” · แต่ต้องยืนยันบนข้อมูลอิสระก่อน เพราะสมมติฐานนี้เกิดจากข้อมูลชุดเดียวกับที่ทดสอบ
  4. เลิกมองหาจุดเข้าที่ดีกว่าในระบบนี้ — ทดสอบ 12 ชุดแล้ว ไม่มีชุดไหนผ่าน และไม้ที่ไม่ได้ฟิลคือไม้ที่ดี

โค้ด: desktrend_attribution.py · entry_limit_test.py · ข้อมูล: desktrend_h4_trades.csv 290 ไม้จริง · รายงาน walk-forward เดิม