XAULearn

เครื่องมือ · MAP — สเกลความเสี่ยงรอบ VWAP

VWAP Distribution Levels v1.2

อินดิเคเตอร์ VWAP ± SD มีอยู่นับร้อยตัว ตัวนี้ต่างที่จุดเดียวแต่เป็นจุดที่ชี้ขาด: มันไม่ใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่สะสมภายในเซสชัน เพราะเราวัดแล้วว่าตัวหารนั้นกลบหางของตัวเองทิ้ง · ระดับทั้งห้าชั้นมาจากควอนไทล์ที่วัดจากทองจริง 1.77 ล้านแท่ง ไม่ใช่จากควอนไทล์เกาส์เซียน และ σ ถูกปรับสเกลด้วยความผันผวนแฝงของออปชันทอง

แสดงผลเท่านั้น ขั้นที่ 2 · Location 3 โมดูล 332 บรรทัด ดูซอร์สโค้ด Pine →

ที่มา

จุดเริ่มคือคำถามของเจ้าของชาร์ตว่า “มีการกระจายตัวทางคณิตศาสตร์ที่ดีกว่าเกาส์เซียนไหม” พร้อมสคริปต์ VWAP Stdev Bands ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งตั้งตัวคูณไว้ที่ 1.28 / 2.01 / 2.51 / 3.09 / 4.01 — ตัวเลขห้าตัวนั้นคือควอนไทล์ของการแจกแจงปกติ คำถามจึงมีรูปที่วัดได้ทันที: *ตัวเลขห้าตัวนี้ควรเป็นเท่าไรเมื่อวัดจากทองจริง*

คำตอบที่ได้พลิกคำถาม — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตระกูลการแจกแจง มันอยู่ที่ตัวหาร และนั่นคือเหตุผลที่เครื่องมือนี้มีอยู่

โมดูล 1 / 3

σ ที่รู้ล่วงหน้า — แทนส่วนเบี่ยงเบนที่สะสมในเซสชัน

ที่มา

สูตรมาตรฐานของทุกอินดิเคเตอร์ในตระกูลนี้วัดความกระจายของราคาภายในเซสชันที่กำลังวัดอยู่ ราคาวิ่งหนีไกล σ ก็พองตามทันที แถบจึงกว้างขึ้นพอดีกับตอนที่เกิดเหตุ

ทำไมเราใช้

วัดบนทอง M1 ปี 2015–2019 (1.77 ล้านแท่ง): ส่วนเกินความโก่งของระยะห่างจาก VWAP หารด้วย σ สะสม = −0.3 ถึง −0.5 คือ *หางบางกว่า* การแจกแจงปกติ ทั้งที่ทองเป็นสินทรัพย์หางอ้วน · เปลี่ยนตัวหารเป็น σ ที่ประเมินจากพิสัยของเซสชันเดียวกัน 20 ครั้งก่อน ค่าเดียวกันกลายเป็น +4.0 (นิวยอร์ก) +6.8 (ลอนดอน) +68 (เอเชีย) ซึ่งคือหางอ้วนของจริง

ตัวหารที่พองตามตัวเศษกลบหางของตัวเองโดยโครงสร้าง — เอาการแจกแจงชั้นสูงแบบไหนมาใส่ก็ไม่ช่วย

อ่านอย่างไร

  • σ มาจากค่ากลางของพิสัยเซสชันเดียวกัน 20 ครั้งก่อน หารด้วย 4 (พิสัย ≈ 4σ สำหรับการเดินสุ่ม)
  • แถบมีความกว้างเต็มตั้งแต่แท่งแรกของเซสชัน — ต่างจากแบบเดิมที่เริ่มจากศูนย์แล้วค่อยบาน
  • สวิตช์ “เทียบกับ σ สะสมแบบเดิม” วาดเส้นกากบาทของสูตรเก่าทับให้เห็นว่ามันพองตามราคาอย่างไร
  • ความแปรปรวนคำนวณโดยหักจุดยึดออกก่อนยกกำลังสอง — สูตรเดิมเป็นการลบเลขใหญ่สองตัวที่เกือบเท่ากัน (ทองราคาสี่หลัก กำลังสองของราคา ≈ 10⁷ แต่ความแปรปรวน ≈ 1) · การบังคับค่าไม่ให้ติดลบในสคริปต์ทั่วไปคือร่องรอยว่าเจ้าของเคยเห็นมันติดลบ

มองผ่านสี่ขั้น

① Environment

σ เป็นค่าของเซสชันนั้น ๆ — เอเชีย ลอนดอน นิวยอร์ก มีสเกลคนละตัว และปรับตามความผันผวนที่เปลี่ยนไป 8 เท่าระหว่างปี 2015–19 กับ 2026 เอง

② Location

ระดับคือตำแหน่ง ไม่ใช่สัญญาณ — ดูหัวข้อ “สิ่งที่วัดแล้ว” ว่าทำไม

③ Path

หลังราคาแตะระดับ มันกลับเข้าหา VWAP ก่อนไปต่อ มากกว่าการเดินสุ่ม 16–23 จุดเปอร์เซ็นต์

④ Confirmation

การไปต่อจบใน 15–18 นาที การกลับใช้ 42–78 นาที — เวลาที่ผ่านไปคือข้อมูล

ข้อจำกัด

  • ⚑ σ เป็นค่าคงที่ตลอดเซสชัน จึงไม่ตอบสนองต่อข่าวที่ออกกลางเซสชัน
  • นั่นเป็นการแลกโดยตั้งใจ เพราะเราวัดแล้วว่าตัวหารที่เรียบให้ความคุ้มครองที่นิ่งกว่าตัวหารที่ไว แม้ตัวที่ไวจะพยากรณ์แม่นกว่าก็ตาม — ทดสอบกับ HAR-RV และ HEAVY/GARCH-X บนตัววัดจากพิสัยสามแบบแล้ว แพ้ทั้งหมด

โมดูล 2 / 3

ตัวคูณที่วัดจากข้อมูล — เกาส์เซียนแคบไป 2.9–3.2 เท่า

ที่มา

ตัวคูณถูกคาลิเบรตจากทองจริงด้วยสองเกณฑ์ที่ตอบคนละคำถาม และตัวเลขห่างกันเกือบเท่าตัว

ทำไมเราใช้

เกณฑ์ต่อแท่ง ตอบว่า “ราคาปิดอยู่ในกรอบกี่ % ของแท่ง” = สิ่งที่ตามองบนจอ · เกณฑ์ต่อเซสชัน ตอบว่า “ทั้งเซสชันไม่แตะกรอบกี่ %” = ขอบเขตความเสี่ยงสำหรับวางสต็อป

ที่ตัวคูณของการแจกแจงปกติ ไม่มีเซสชันไหนเลยที่อยู่ในกรอบชั้นแรกได้ และกรอบที่เกาส์เซียนเรียกว่า “95%” กันได้จริงเพียง 36–43%

อ่านอย่างไร

  • ต่อแท่ง (ค่าตั้งต้น) นิวยอร์ก 0.58 / 0.99 / 1.56 / 2.46 / 3.91 — ใช้อ่านชาร์ตปกติ
  • ต่อเซสชัน นิวยอร์ก 2.20 / 2.85 / 3.73 / 5.28 / 7.17 — สลับไปใช้ตอนวางสต็อป
  • เกาส์เซียนให้ 0.67 / 1.04 / 1.44 / 1.96 / 2.58 · สวิตช์ “ใช้ตัวคูณเกาส์เซียนแทน” มีไว้ให้เห็นว่ามันแคบแค่ไหน
  • ⭐ ลายเซ็นหางอ้วนอ่านได้จากเกณฑ์ต่อแท่งตรง ๆ: ชั้นแรกแคบกว่าเกาส์เซียน (0.58 < 0.67) แต่ชั้นห้ากว้างกว่า 1.5 เท่า (3.91 > 2.58) = มวลกระจุกกลางมากขึ้น *และ* ไปไกลมากขึ้น พร่องตรงกลางทาง

มองผ่านสี่ขั้น

① Environment

ตัวคูณเป็นอัตราส่วน จึงไม่ต้องปรับเมื่อความผันผวนเปลี่ยนยุค — σ รับหน้าที่นั้นไปแล้ว

② Location

ชั้นที่ 1–2 คือโซนปกติ ชั้นที่ 3 คือเริ่มผิดปกติ ชั้นที่ 4–5 เป็นขอบเขตความเสี่ยง ไม่ใช่จุดเข้า

③ Path

ราคาแตะชั้นที่ 5 เพียง 1% ของเซสชัน = ประมาณ 38 ครั้งใน 5 ปี

④ Confirmation

ตรวจย้อนความคุ้มครองครบ 20 ช่อง คลาดไม่เกิน 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์

ข้อจำกัด

  • ⚑ ไม่พบความไม่สมมาตรขึ้น/ลงในระยะทาง — การทดสอบ Wilcoxon จับคู่รายเซสชันทั้งหกชุดให้ p 0.06–0.75 ตัวคูณจึงใช้ชุดเดียวทั้งสองฝั่ง
  • ความไม่สมมาตรที่เราพบในงานอื่นอยู่ที่ผลลัพธ์หลังราคามาถึง ไม่ใช่ที่ระยะทางที่ราคาเดินไป — คนละวัตถุ
  • ตัวคูณคาลิเบรตบนปี 2015–2019 ซึ่งเป็นช่วงพัฒนา · ยังไม่เคยผ่านช่วงตรวจสอบ

โมดูล 3 / 3

ปรับสเกลด้วย GVZ — ตลาดออปชันรู้เรื่องความผันผวนของทองมากกว่าตัวทองเอง

ที่มา

หลังพบว่า σ ที่เรียบชนะ σ ที่ไว คำถามต่อมาคือจะเติมข้อมูลล่วงหน้าเข้าไปโดยไม่ทำลายความเรียบได้อย่างไร คำตอบคือคูณด้วยอัตราส่วนของ GVZ — ดัชนีความผันผวนแฝงของออปชันทองจาก CBOE

ทำไมเราใช้

วัดบนวันเทรด 1,268 วัน: GVZ อย่างเดียวพยากรณ์ความผันผวนจริงของทองได้ค่า R² นอกตัวอย่าง 0.124 เทียบกับความผันผวนจริงย้อนหลังของทองเองที่ 0.087 — ดีกว่า 43% เชิงสัมพัทธ์ · และใส่ทั้งคู่กลับ*แย่กว่า*ใส่ GVZ ตัวเดียว

อ่านอย่างไร

  • σ = (ค่ากลางพิสัย 20 เซสชัน ÷ 4) × (GVZ เมื่อวาน ÷ ค่าเฉลี่ย GVZ 20 วัน)
  • อ่าน GVZ จากแท่งรายวันที่ปิดแล้วเท่านั้น และปิดการมองล่วงหน้า — ไม่มีการอ่านอนาคต
  • ตารางสถานะแสดงอัตราส่วนสด — เหลืองเมื่อเกิน 1.05 (ตลาดคิดว่าจะผันผวนกว่าปกติ) ฟ้าเมื่อต่ำกว่า 0.95
  • ปิดสวิตช์ได้ถ้าสัญลักษณ์ GVZ ใช้ไม่ได้ แล้วมันกลับไปใช้ตัวคูณชุดเดิมอัตโนมัติ

มองผ่านสี่ขั้น

① Environment

อัตราส่วน GVZ คือมุมมองล่วงหน้าของตลาดออปชันต่อความผันผวน ไม่ใช่ของย้อนหลัง

② Location

แถบกว้างขึ้นก่อนวันที่ตลาดคาดว่าจะผันผวน แทนที่จะกว้างขึ้นหลังจากมันผันผวนไปแล้ว

③ Path

ความเบี่ยงเบนของความคุ้มครองลดจาก 1.08 เหลือ 0.90 จุดเปอร์เซ็นต์

④ Confirmation

ดีขึ้น 14 จาก 15 ช่องปี-เซสชัน (เอเชีย 5/5 · ลอนดอน 4/5 · นิวยอร์ก 5/5)

ข้อจำกัด

  • ⚑ GVZ เป็นความผันผวนแฝงของออปชัน GLD ไม่ใช่ของทองสปอตโดยตรง และประกาศวันละครั้งเฉพาะวันทำการสหรัฐ
  • ⚑ การเลือกสูตรนี้เป็นการคัดเลือกบนช่วงพัฒนา (ทดสอบสามแบบ เลือกที่ดีที่สุด) จึงเป็นงานปรับเทียบเครื่องมือวัด ไม่ใช่สมมติฐานการเทรด
  • ถ้าวันหนึ่งเอาสูตรนี้ไปสร้างกฎเข้าออก ต้องนับเป็นสมมติฐานที่ทดสอบในตอนนั้น

ตัวอย่างการวิเคราะห์

สิ่งที่วัดแล้ว — และทำไมมันยังไม่ใช่สัญญาณเข้า

เครื่องมือนี้ถูกทดสอบเป็นสัญญาณซื้อขายแล้วสี่ชุดติดกัน และไม่ผ่านทั้งหมด · เรารายงานไว้ที่นี่ทั้งหมด เพราะสิ่งที่วัดได้เรื่องพฤติกรรมราคายังเป็นจริงอยู่ แม้สิ่งที่วัดได้เรื่องผลตอบแทนจะไม่ผ่าน

ตีกลับที่ระดับ · 24 ช่อง
ไม่ผ่านทั้งหมด · ค่า z สูงสุด 0.98 จากที่ต้องได้ 3.97 · และไม่ใช่เพราะตัวอย่างน้อย — ที่ 1,069 ไม้ ถ้ามีขอบขนาด 0.1R จะเห็น z ราว 3.6
คัดกรองสัญญาณเดิมด้วยตำแหน่ง · 24 ช่อง
ไม่ผ่าน · ช่องที่ดีที่สุดให้ z 3.40 ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่โปรแกรมเคยวัดได้ แต่ระดับปลอมที่ผิดทั้งดุ้นให้ z 3.54 คือชนะของจริง
⭐ พฤติกรรมหลังแตะระดับ · งานพรรณนา
ราคากลับเข้าหา VWAP ก่อนจะไปต่อ มากกว่าที่การเดินสุ่มทำนายไว้ 16–23 จุดเปอร์เซ็นต์ ในทั้ง 12 ช่องที่วัด (z −4.0 ถึง −16.7) · เทียบกับสูตรการพนันล้มละลาย ไม่ใช่เทียบกับศูนย์
⭐ ความไม่สมมาตรของเวลา
การไปต่อจบในเวลากลาง 15–18 นาที การกลับเข้าหา VWAP ใช้ 42–78 นาที
เป้าที่ VWAP สต็อปกว้าง · 16 ช่อง
ไม่ผ่าน · ไม่มีความกว้างสต็อปไหนที่ใช้ได้ — สต็อปแคบที่ระดับถัดไปทำให้อัตราชนะพังเหลือ 20–32% ส่วนสต็อปกว้าง 0.3–0.75 เท่าของ ATR ทำให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงตกต่ำกว่า 1
⚑ การขายที่ระดับบน
ปิดถาวร — ติดลบอย่างมีนัยสำคัญทุกความกว้างสต็อป (z −2.0 ถึง −3.1) และรอดทุกด่านตรวจสอบ
RISK · SIZE · INVALIDATION

ข้อสรุปที่ซื่อสัตย์: การกลับเข้าหา VWAP เป็นพฤติกรรมที่มีจริงและใหญ่ แต่ระยะทางกลับสั้นเกินกว่าจะจ่ายค่าสต็อปที่กว้างพอจะไม่โดนข้าม · ฝั่งซื้อยัง “ตัดสินไม่ได้” ไม่ใช่ “แพ้” เพราะการทดสอบใช้เป้าที่ตรึงไว้ ซึ่งยากกว่าสมมติฐานจริง 35–39% — การตัดสินให้ขาดต้องมีตัวจำลองที่รองรับเป้าเคลื่อนที่ ซึ่งยังไม่มี

ค่าที่ตั้งไว้จริง

หน้านี้ไม่มีตารางค่าตั้ง เพราะเครื่องมือตัวนี้ไม่ได้อยู่บนชาร์ตจริง

หน้าเครื่องมืออีกสี่หน้าดึงค่าออกมาจากชาร์ตที่ใช้เทรดอยู่จริงทุกครั้งที่สร้างเว็บ ตัวนี้เป็นเครื่องมือวิจัยที่โหลดขึ้นมาตอบคำถามแล้วถอดออก จึงไม่มีค่าตั้ง “ที่ใช้จริง” ให้ดึง การแสดงตารางว่างหรือค่าที่พิมพ์เองจะผิดสัญญาที่เว็บนี้ให้ไว้

ค่าตั้งต้นทั้งหมดอ่านได้จากซอร์สโค้ดด้านล่าง ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ลากขึ้นชาร์ต

เครื่องมือนี้ตั้งค่าเหมือนกันทั้งสองกรอบเวลา

ดูค่าทั้งหมด 0 รายการ
พารามิเตอร์M3H1

คำแนะนำ

  1. ใช้เป็นสเกลความเสี่ยง ไม่ใช่สัญญาณ — เปิดเกณฑ์ “ต่อแท่ง” ไว้อ่านชาร์ต สลับเป็น “ต่อเซสชัน” ตอนวางสต็อป ถ้าสต็อปอยู่ในกรอบชั้นแรกของเกณฑ์เซสชัน แปลว่ามันอยู่ในเสียงรบกวนที่เซสชันนั้นสร้างได้เองครึ่งหนึ่งของวัน
  2. ชั้นที่ 5 ห้ามคาดหวังเป็นสัญญาณ — ถูกแตะเพียง 1% ของเซสชัน ประมาณ 38 ครั้งใน 5 ปี ซึ่งพิสูจน์อะไรไม่ได้ก่อนเริ่มทดสอบด้วยซ้ำ
  3. อย่าขายที่ระดับบน — ปิดถาวรแล้วด้วยหลักฐานที่รอดทุกด่าน
  4. เปิดสวิตช์ GVZ ไว้ · ถ้าตารางสถานะไม่ขึ้นอัตราส่วน แปลว่าสัญลักษณ์โหลดไม่ได้ ให้ปิดสวิตช์เพื่อให้ตัวคูณกลับไปตรงกับ σ
  5. ระบายพื้นที่แค่ชั้นที่ 2 — สิบชั้นซ้อนกันทำให้จอทึบจนบังแท่งเทียน