XAULearn

Stage 1 · พื้นฐานตลาด · ขั้นที่ 1 · Environment

M1 โครงสร้างตลาดทองคำ

สิ่งที่ซื้อขายกันจริงเมื่อพูดว่า "เทรดทอง" — ใครอยู่ในตลาด เขาต้องการอะไร ราคาที่เห็นบนจอมาจากไหน และเราจ่ายอะไรบ้างโดยไม่รู้ตัว

ทำไมโมดูลนี้ถึงอยู่หน้าแรก — ทุกอย่างที่เหลือในหลักสูตรตั้งอยู่บนคำถามเดียว: ใครกำลังซื้อขาย และเขาถูกบังคับให้ทำอะไร ถ้าไม่รู้ว่าตลาดทองประกอบด้วยใครบ้าง เส้นบนกราฟจะเป็นแค่รูปทรงที่ไม่มีเหตุผล โมดูลนี้จึงตอบก่อนว่า “ตลาด” ที่เรากำลังจะอ่านคืออะไรกันแน่

คำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อน

XAUUSD
XAU คือรหัสสากลของทองคำ (มาจากภาษาละติน aurum) และ USD คือดอลลาร์สหรัฐ คู่นี้จึงหมายถึง "ทองคำ 1 ทรอยออนซ์ มีค่ากี่ดอลลาร์" ตัวเลขที่เห็น เช่น 4,430 หมายถึง 1 ออนซ์ = 4,430 ดอลลาร์
ทรอยออนซ์ (troy ounce)
หน่วยน้ำหนักที่ตลาดโลหะมีค่าใช้ = 31.1035 กรัม (ไม่ใช่ออนซ์ทั่วไปที่ 28.35 กรัม) ทองไทย 1 บาท = 15.244 กรัม ≈ 0.49 ทรอยออนซ์
Spot
ราคาสำหรับส่งมอบ "ทันที" (ในทางปฏิบัติคือภายใน 2 วันทำการ) ต่างจากราคาล่วงหน้าที่ตกลงวันนี้แต่ส่งมอบในอนาคต
OTC (Over-the-Counter)
การซื้อขายที่คู่สัญญาตกลงกันโดยตรง ไม่ผ่านตลาดกลาง ไม่มีกระดานราคาเดียวที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน
Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า)
สัญญามาตรฐานที่ซื้อขายผ่านตลาดกลาง ระบุปริมาณ คุณภาพ และเดือนส่งมอบตายตัว ใครก็เห็นราคาเดียวกัน
Spread
ส่วนต่างระหว่างราคาที่คนพร้อมซื้อ (bid) กับราคาที่คนพร้อมขาย (ask) คือต้นทุนที่เราจ่ายทันทีที่เปิดสถานะ
Leverage (อัตราทด)
การใช้เงินน้อยควบคุมสถานะที่ใหญ่กว่า เช่น 1:100 หมายถึงเงิน 100 ดอลลาร์ ควบคุมทองมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ — ขยายทั้งกำไรและขาดทุนเท่ากัน

ตลาดทองมีมากกว่าหนึ่งตลาด และมันเชื่อมกันอยู่

คนทั่วไปเข้าใจว่ามี “ราคาทอง” หนึ่งราคา ความจริงคือมี สามชั้น ที่ผูกกันด้วยกลไกที่เราจะได้เรียนใน M3

ชั้นที่ 1 — loco London: ตลาดทองคำหลักของโลก

ใคร: ธนาคารทองคำ (bullion banks) ราวสิบกว่าแห่ง เช่น JPMorgan, HSBC, UBS · ธนาคารกลาง · โรงกลั่น · เหมืองขนาดใหญ่ ทำอะไร: ซื้อขายทองคำแท่งจริง ที่เก็บอยู่ในห้องนิรภัยในลอนดอน (คำว่า loco London แปลตรงตัวว่า “ตั้งอยู่ที่ลอนดอน”) ที่ไหน: ไม่มีอาคารตลาด — เป็นเครือข่าย OTC ระหว่างธนาคาร ภายใต้กติกาของ LBMA (London Bullion Market Association) อย่างไร: ตกลงราคากันโดยตรง ปริมาณมหาศาล — เฉลี่ยวันละหลายสิบล้านออนซ์ มากกว่าตลาดอื่นทั้งหมดรวมกัน

สองคำที่ต้องแยกให้ออก:

  • Allocated — ทองแท่งที่มีหมายเลขเฉพาะ เป็นของคุณคนเดียว ธนาคารเป็นแค่ผู้เก็บรักษา
  • Unallocated — คุณมี “สิทธิ์เรียกร้อง” ทองจำนวนหนึ่งจากธนาคาร แต่ไม่มีแท่งไหนเป็นของคุณโดยเฉพาะ ธนาคารสามารถใช้ทองนั้นทำอย่างอื่นได้ระหว่างที่คุณถือสิทธิ์ ปริมาณการซื้อขายส่วนใหญ่ของโลกเป็นแบบนี้ และนี่คือเหตุผลที่ตลาดทองมี “อัตราดอกเบี้ย” (lease rate) ซึ่งเราจะเจอใน M3

ถ้า ธนาคารทองคำต้องการทองแท่งจริงจำนวนมากพร้อมกัน (เช่น ช่วงวิกฤต) แล้ว ราคา spot ในลอนดอนจะวิ่งขึ้นเร็วกว่าราคาสัญญาล่วงหน้า เพราะ ทองที่ส่งมอบได้ทันทีมีจำกัด — ความตึงตัวนี้อ่านได้จากค่า basis ที่เครื่องมือ GEX+EFP แสดง

ชั้นที่ 2 — COMEX: ตลาดสัญญาล่วงหน้า

ใคร: กองทุน macro · CTA (กองทุนที่เทรดตามเทรนด์ด้วยระบบ) · market maker · ผู้ผลิตที่ต้องการล็อกราคาขาย · นักเก็งกำไร ทำอะไร: ซื้อขายสัญญามาตรฐาน GC ของ CME Group แต่ละสัญญา = 100 ทรอยออนซ์ ส่งมอบตามเดือนที่กำหนด ที่ไหน: ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (Globex) ทุกคนเห็นราคาเดียวกัน มี order book ให้ดู อย่างไร: ราคาเคลื่อนเป็นขั้นละ 0.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (tick) = 10 ดอลลาร์ต่อสัญญา เดือนสัญญาหลักใช้รหัสตัวอักษร: G ก.พ. · J เม.ย. · M มิ.ย. · Q ส.ค. · V ต.ค. · Z ธ.ค.

COMEX สำคัญกับเรามากเป็นพิเศษเพราะ ตลาดออปชันของทองอยู่ที่นี่ — ตำแหน่งของดีลเลอร์ที่ทำให้ราคาถูกตรึงหรือถูกขยาย (Stage 3) มาจากออปชันบนสัญญา GC เหล่านี้ และเครื่องมือ GEX+EFP ของเราอ้างอิง COMEX:GC1! เป็นสัญญาอ้างอิง

ชั้นที่ 3 — XAUUSD ที่เราเทรดจริง

ใคร: โบรกเกอร์ CFD / forex และลูกค้ารายย่อยอย่างเรา ทำอะไร: ซื้อขาย “สัญญาส่วนต่าง” ที่อ้างอิงราคา spot จากชั้นที่ 1 — เราไม่เคยเป็นเจ้าของทองแม้แต่กรัมเดียว เราถือสัญญากับโบรกเกอร์ว่าจะจ่ายหรือรับส่วนต่างของราคา ที่ไหน: บนแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ ราคาที่เห็นคือราคาที่โบรกเกอร์รวบรวมจากผู้ให้สภาพคล่องหลายราย อย่างไร: ซื้อได้ตั้งแต่ 0.01 lot (1 ออนซ์) ใช้อัตราทดสูง เปิดเกือบ 24 ชั่วโมงใน 5 วันทำการ

ข้อเท็จจริงที่รายย่อยส่วนใหญ่ไม่รู้: ฟีดราคาของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน ต่างกันได้หลายสิบเซนต์ในภาวะปกติ และหลายดอลลาร์ในภาวะผันผวน กลยุทธ์ที่กำไรบนฟีดหนึ่งจึงอาจขาดทุนบนอีกฟีดหนึ่ง — เราเคยเห็นระบบอัตโนมัติตัวหนึ่งพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนเพียงเพราะเปลี่ยนแหล่งข้อมูลราคาของโบรกเกอร์เดียวกัน

ราคาที่เห็นบนจอถูก “กำหนด” อย่างไร

LBMA Gold Price — การประมูลวันละสองครั้ง

วันละสองครั้ง เวลา 10:30 และ 15:00 ตามเวลาลอนดอน ผู้เข้าร่วมประมูลราวสิบกว่ารายจะส่งคำสั่งซื้อและขายเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ดำเนินการโดย ICE Benchmark Administration ราคาจะถูกปรับขึ้นลงเป็นรอบจนกว่าปริมาณซื้อและขายจะสมดุลกัน ราคาสุดท้ายคือ LBMA Gold Price AM / PM ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่ธนาคารกลาง โรงกลั่น และสัญญาการค้าทั่วโลกใช้

เพราะอะไรเราถึงสนใจ: ในช่วงนาทีก่อนและหลังการประมูล ปริมาณคำสั่งจะเข้าตลาดพร้อมกัน ราคาจึงมักผันผวนผิดปกติรอบเวลานั้น เครื่องมือ LiqHM ของเราจึงมีตัวเลือกแสดงพื้นหลังช่วง AM Fix (10:00–10:30 UTC) และ PM Fix (15:00–15:15 UTC) รวมถึงช่วงปิดของ COMEX (13:20–13:30 UTC) เพื่อให้เรารู้ว่าความผันผวนที่เห็นมาจากกลไกตลาด ไม่ใช่ข่าว

ราคาบนโบรกเกอร์ = ราคาจากผู้ให้สภาพคล่องหลายราย + ส่วนต่างของโบรกเกอร์

โบรกเกอร์รับราคาจากธนาคารและผู้ให้สภาพคล่องหลายแห่ง เลือกราคาที่ดีที่สุด แล้วบวก spread ของตัวเองก่อนแสดงให้เราเห็น ดังนั้นราคาที่คุณเห็นไม่ใช่ “ราคาตลาด” แต่คือ “ราคาตลาด + ค่าบริการ”

ต้นทุนที่แท้จริง — สิ่งที่กินผลตอบแทนโดยไม่แสดงตัว

นี่คือส่วนที่ผู้เริ่มต้นเกือบทุกคนประเมินต่ำ ต้นทุนมีสี่ตัว:

ต้นทุนคืออะไรเกิดเมื่อไหร่ตัวอย่างขนาดจริง
Spreadส่วนต่าง bid–askทุกครั้งที่เปิดสถานะ0.15–0.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ช่วงปกติ · หลายดอลลาร์ช่วงข่าว
Commissionค่าธรรมเนียมต่อ lotบางบัญชี3–7 ดอลลาร์ต่อ lot ต่อข้าง
Swap / Carryดอกเบี้ยจากการถือข้ามคืนทุกคืนที่ถือสถานะ (พุธคิด 3 เท่า)ถือ long ทองมักเป็นลบ เพราะดอกเบี้ยดอลลาร์สูงกว่าทอง (ดู M3)
Slippageราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่กดช่วงตลาดเร็ว / คำสั่ง market0 ในภาวะปกติ · หลายดอลลาร์ช่วงข่าวสำคัญ

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติเทรด 0.10 lot (10 ออนซ์) spread 0.25 ดอลลาร์ commission 5 ดอลลาร์ต่อ lot ต่อข้าง:

  • Spread: 0.25 × 10 ออนซ์ = 2.50 ดอลลาร์ (จ่ายทันทีที่เปิด)
  • Commission: 5 × 0.10 × 2 ข้าง = 1.00 ดอลลาร์
  • รวม 3.50 ดอลลาร์ต่อไม้ ก่อนที่ราคาจะขยับแม้แต่เซนต์เดียว

ถ้าเทรดวันละ 5 ไม้ 20 วันต่อเดือน = 100 ไม้ = 350 ดอลลาร์ต่อเดือน ที่ต้องทำกำไรมาชดเชยก่อนจะได้อะไรเลย บนบัญชีขนาด 3,000 ดอลลาร์ นั่นคือ 11.7% ต่อเดือน ที่หายไปเงียบๆ

ถ้า กลยุทธ์ของคุณให้กำไรเฉลี่ย 2 ดอลลาร์ต่อไม้ในการทดสอบที่ไม่คิดต้นทุน แล้ว ในการเทรดจริงมันจะขาดทุน 1.50 ดอลลาร์ต่อไม้ เพราะ ต้นทุน 3.50 ดอลลาร์กินหมด นี่คือเหตุผลที่ M11 บังคับให้ทดสอบระบบภายใต้ต้นทุนจริงเสมอ

ผู้เล่นและแรงจูงใจ — ใครทำอะไรและทำไม

ผู้เล่นต้องการอะไรพฤติกรรมที่ตามมาผลต่อราคาที่เราเห็น
เหมืองทองล็อกราคาขายผลผลิตในอนาคตขายสัญญาล่วงหน้า (hedge) เมื่อราคาสูงแรงขายเชิงโครงสร้างที่ระดับสูง ไม่สนใจว่าราคาจะขึ้นต่อไหม
โรงกลั่น / ผู้ค้าเครื่องประดับทองจริงตามความต้องการลูกค้าซื้อเมื่อราคาลง (เอเชียโดยเฉพาะ อินเดีย จีน)แรงซื้อเชิงกายภาพที่ระดับต่ำ ทำให้เกิด “พื้น”
ธนาคารกลางสำรองที่ไม่ผูกกับดอลลาร์ซื้อสะสมต่อเนื่องหลายปี ไม่สนใจราคาแรงซื้อที่ไม่หายไปแม้ราคาสูง — ตัวขับเคลื่อนสำคัญของขาขึ้นรอบล่าสุด
ETF (เช่น GLD)ถือทองแทนนักลงทุนรายย่อยและสถาบันซื้อ/ขายทองจริงตามเงินไหลเข้าออกขยายการเคลื่อนไหวตามอารมณ์ตลาด
กองทุน CTA / macroผลตอบแทนจากเทรนด์ซื้อเมื่อขึ้น ขายเมื่อลง ด้วยระบบเร่งเทรนด์ให้ไปไกลกว่าที่ “สมเหตุสมผล”
Market maker / ดีลเลอร์ออปชันกำไรจาก spread และค่าพรีเมียม โดยไม่เอาทิศทางต้องซื้อขายทองเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากออปชันที่ขายไปแรงซื้อขายที่ถูกบังคับ ซึ่งตรึงหรือขยายราคา — หัวใจของ Stage 3
รายย่อยกำไรระยะสั้นตามข่าว ตามอารมณ์ ใช้อัตราทดสูงสภาพคล่องที่ผู้เล่นใหญ่ใช้เข้าออก

เพราะอะไรตารางนี้สำคัญ: ทุกแถวยกเว้นสองแถวสุดท้าย คือผู้เล่นที่ ไม่ได้เทรดเพื่อทำนายทิศทาง เหมืองขายเพราะต้องล็อกราคา ธนาคารกลางซื้อเพราะนโยบาย ดีลเลอร์ซื้อขายเพราะถูกบังคับด้วยคณิตศาสตร์ของออปชัน เมื่อคุณเข้าใจว่าแรงส่วนใหญ่ในตลาดคือ “ภาระ” ไม่ใช่ “ความเห็น” คุณจะเลิกถามว่า “ตลาดคิดอะไร” แล้วเริ่มถามว่า “ใครถูกบังคับให้ทำอะไรที่ระดับนี้” — นั่นคือคำถามของหลักสูตรทั้งหมด

ตลาดเปิดเมื่อไหร่ และทำไมแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน

ทองซื้อขายเกือบ 24 ชั่วโมงตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ถึงเย็นวันศุกร์ (เวลา New York) แต่ “ใคร” ที่ตื่นอยู่เปลี่ยนไปตามชั่วโมง:

ช่วง (เวลาไทย โดยประมาณ)ใครตื่นอยู่ลักษณะ
Asia 05:00–14:00โตเกียว เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง สิงคโปร์ปริมาณเบา แกว่งในกรอบ สร้างกรอบอ้างอิงของวัน
London 14:00–22:00ธนาคารทองคำ ผู้เล่นหลักของโลกปริมาณเพิ่มก้าวกระโดด มักเป็นช่วงที่ทะลุกรอบ Asia
New York 19:00–02:00กองทุนสหรัฐ COMEX ข่าวเศรษฐกิจผันผวนสูงสุด ตัดสินทิศทางของวัน
London + NY ซ้อนกัน 19:00–22:00ทั้งสองฝั่งปริมาณสูงสุดของวัน

จังหวะนี้คือรากฐานของขั้นที่ 3 (Path) ในกรอบสี่ขั้น และเป็นสิ่งที่เครื่องมือ Gold Session Framework สร้างขึ้นมาทั้งตัว — มันล็อกกรอบสูง-ต่ำของ Asia แล้วถามว่า “London และ New York พาราคาไปไกลจากกรอบนี้แค่ไหน”

กรอบสี่ขั้นที่หลักสูตรทั้งหมดใช้

ทุกการอ่านตลาดในหลักสูตรนี้เดินตามลำดับเดียวกันสี่ขั้น โมดูลนี้คือจุดเริ่มของขั้นแรก:

  1. Environment / Context — ตลาดอยู่ในสภาพไหน สมดุลหรือไม่สมดุล เทรนด์หรือแกว่ง และสภาพ gamma ของดีลเลอร์เป็นอย่างไร (M1, M3, M4, M8)
  2. Location — ราคาอยู่ตรงไหนของแผนที่ value area, fib retracement, สภาพคล่องกองอยู่ที่ใด (M6, M9)
  3. Path — แท่งรายวันน่าจะก่อตัวอย่างไรจากจังหวะ Asia → London → New York (M9 · Gold Session)
  4. Confirmation — ตลาดยืนยันหรือปฏิเสธ ผ่าน effort vs result และ absorption (M2, M6)

M10 จะรวมทั้งสี่ขั้นเป็นกระบวนการรายวัน

เชื่อมกับเครื่องมือ

  • GEX + EFP Basis Matrix ช่อง Futures Ticker ตั้งเป็น COMEX:GC1! — นี่คือชั้นที่ 2 ที่คุณเพิ่งเรียน และค่า EFP basis ที่มันคำนวณคือส่วนต่างระหว่างชั้นที่ 1 กับชั้นที่ 2
  • LiqHM ส่วน LBMA/CME fix — พื้นหลังช่วงประมูล 10:30/15:00 London และช่วงปิด COMEX
  • Gold Session Framework ค่า Asia Session 14:00–23:00 (Exchange time) — กรอบเวลาของชั้น Asia ตามนาฬิกาของฟีด OANDA (เวลา New York) ซึ่งตรงกับ 01:00–10:00 เวลาไทยโดยประมาณ

ข้อจำกัดและกรณีที่ผิด

  • เราเทรดสัญญากับโบรกเกอร์ ไม่ใช่ทอง — โบรกเกอร์คือคู่สัญญา ราคาที่เห็นคือราคาของเขา ในภาวะผิดปกติ (ข่าวใหญ่ วันหยุด) spread อาจกว้างขึ้นสิบเท่าและคำสั่งอาจไม่ถูกเติมที่ราคาที่เห็น
  • ฟีดต่างกัน = ผลต่างกัน — อย่าเชื่อผลทดสอบระบบจากฟีดที่ไม่ใช่ฟีดที่คุณจะเทรดจริง
  • ฟีด COMEX บนบัญชี TradingView ระดับเริ่มต้นเป็นข้อมูลหน่วงเวลา — ค่า basis ที่เครื่องมือแสดงแบบเรียลไทม์จึงช้ากว่าราคา spot ราว 10 นาที ใช้ดูภาพรวมได้ แต่อย่าใช้ตัดสินใจในจังหวะเร็ว
  • ปริมาณ (volume) ของ XAUUSD ที่โบรกเกอร์แสดงคือ tick volume — จำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน ไม่ใช่จำนวนออนซ์ที่ซื้อขายจริง ใช้เป็นตัวแทนได้ แต่ต้องรู้ว่ามันคือตัวแทน

แบบฝึกหัด

  1. เปิดบัญชีของคุณ หา spread ปัจจุบันของ XAUUSD ในช่วง Asia และช่วง London+NY ซ้อนกัน จดทั้งสองค่า — ต่างกันกี่เท่า
  2. คำนวณต้นทุนรวมต่อไม้ของบัญชีคุณ (spread + commission) สำหรับขนาดที่คุณเทรดจริง แล้วคูณด้วยจำนวนไม้ที่คุณเทรดต่อเดือน
  3. เปิดชาร์ต M15 ของวันทำการล่าสุด มาร์คเวลา 14:00 และ 19:00 (เวลาไทย) ดูว่าปริมาณและขนาดแท่งเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อผ่านสองเวลานั้น
  4. เขียนชื่อผู้เล่นสามประเภทที่ไม่ได้เทรดเพื่อทำนายทิศทาง และอธิบายว่าแต่ละรายถูกบังคับให้ทำอะไร

เกณฑ์ผ่าน

อธิบายเส้นทางจากคำสั่งซื้อของคุณ ไปจนถึงตลาด loco London ได้ครบทุกชั้น และคำนวณต้นทุนรวมต่อไม้ของบัญชีตัวเองได้ถูกต้อง พร้อมระบุว่าต้นทุนนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของบัญชีต่อเดือน

เครื่องมือที่โมดูลนี้อธิบาย

GEX + EFP Basis Matrix v29MAP — ระดับราคาและระบอบของตลาด